วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

ทอยสตอรี่






                                                             

CR:wikipedia.2561.ทอยสตอรี่.(ออนไลน์).
สืบค้นวันที่24/มกราคม/2561
https://th.wikipedia.org/wiki/ทอย_สตอรี่


         
     ทอย สตอรี่ (อังกฤษ: Toy Story) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันคู่หูแนวตลกผจญภัยสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ สร้างโดยพิกซาร์ และจำหน่ายโดยวอลต์ดิสนีย์พิกเชอส์ ภาพยนตร์เป็นงานกำกับเรื่องแรกของจอห์น แลสเซเทอร์ ทอย สตอรี่เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่สร้างโดยพิกซาร์เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในโลกที่ของเล่นมานุษยรูปนิยมแสร้งทำเป็นไม่มีชีวิตในเวลาที่มนุษย์ไม่อยู่ภาพยนตร์เล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวูดีตุ๊กตาคาวบอยยุคเก่า (ให้เสียงโดยทอม แฮงส์) และบัซซ์ ไลต์เยียร์ หุ่นแอ็กชันนักดาราศาสตร์ (ให้เสียงโดยทิม อัลเลน) โดยเริ่มจากความเป็นอริแข่งกันเรียกร้องความสนใจจากแอนดี เจ้าของของพวกเขา กลายเป็นเพื่อนร่วมมือกันเพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับแอนดีที่กำลังจะย้ายบ้านไปอยู่หลังใหม่ บทภาพยนตร์เขียนโดยจอสส์ วีดอน แอนดรูว์ สแตนตัน โจล โคเฮน และอเล็ก โซโคโลว อ้างอิงเนื้อเรื่องของแลสเซเทอร์ พีต ด็อกเตอร์ สแตนตัน และโจ แรนฟต์ ดนตรีประกอบภาพยนตร์โดยแรนดี นิวแมน และอำนวยการสร้างโดยสตีฟ จอบส์ และเอ็ดวิน แคตมัลล์พิกซาร์ ซึ่งเคยเป็นผู้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องสั้นเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ได้รับการทาบทามจากดิสนีย์ในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ หลังจากภาพยนตร์เรื่องสั้นของเขาเรื่อง ทินทอย (1988) ประสบความสำเร็จ ซึ่งเล่าเรื่องด้วยมุมมองของของเล่นขนาดเล็กเช่นกัน แลสเซเทอร์ สแตนตัน และด็อกเตอร์เขียนบทรุ่นแรกแต่ถูกดิสนีย์พับทิ้งไป เนื่องจากเขาต้องการให้ภาพยนตร์มีเค้าโครงชัดเจนกว่านี้ หลังจากบทภาพยนตร์ถูกพับทิ้ง การสร้างต้องหยุดลงและมีการเขียนบทขึ้นมาใหม่ และสะท้อนโทนเรื่องและเนื้อหาที่พิกซาร์ต้องการให้เป็นมากขึ้น"โดยลึก ๆ แล้ว ของเล่นต้องการให้เด็ก ๆ เล่นกับพวกเขา และความต้องการนี้ผลักดันให้เกิดความหวัง ความกลัว และการกระทำต่าง ๆ"สตูดิโอมีพนักงานจำนวนไม่มาก และสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ภายใต้ข้อจำกัดเกี่ยวกับการเงินที่น้อยภาพยนตร์ออกฉายในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 เคยทำรายได้ในสัปดาห์แรกได้มากที่สุด และทำรายได้ได้ 373 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกภาพยนตร์ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ โดยยกย่องเรื่องนวัตกรรมการทำแอนิเมชัน บทาภพยนตร์ที่ฉลาดและมีเนื้อหาเข้มข้น และชมการแสดงของแฮงส์และอัลเลน นักวิจารณ์จำนวนมากจัดให้ภาพยนตร์เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชันที่ดีที่สุด ภาพยนตร์ได้เข้าชิงรางวัลอะคาเดมีสามรางวัล ได้แก่รางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเพลง "ยูฟกอตอะเฟรนด์อินมี" และได้รับรางวัลสเปเชียลอะชีฟเมนต์อะคาเดมีอะวอร์ด ภาพยนตร์ถูกบันทึกลงในหอสมุดภาพยนตร์แห่งชาติว่า "มีความสำคัญเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือสุนทรียศาสตร์" เมื่อปี ค.ศ. 2005นอกจากออกจำหน่ายเป็นสื่อเล่นตามบ้านเรือนและฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว มีการออกของเล่น วิดีโอเกม สวนสนุก เรื่องแยก สินค้า และภาพยนตร์ภาคต่ออีกสองภาคคือ ทอย สตอรี่ 2 (1999) และทอย สตอรี่ 3 (2010) ทั้งสองภาคประสบความสำเร็จทางรายได้และได้รับการยกย่อง ภาคต่อภาคที่สาม ทอย สตอรี่ 4 มีกำหนดออกฉายในปี ค.ศ. 2019

เนื้้อเรื่องย่อ

วูดี้ ของเล่นคาวบอย ในฐานะของเล่นตัวโปรดของแอนดี้ เด็กชายวัย 6 ขวบ ทำให้วูดี้กลายเป็นหัวหน้าบรรดาของเล่น ด้วยความมาดมั่น ใกล้วันที่ย้ายบ้าน แอนดี้ จึงจัดวันเกิดก่อนวันเกิดจริง แต่เมื่อบัซ ไลท์เยียร์ ตุ๊กตาตำรวจอวกาศที่แม่ให้เป็นของขวัญซอไพรซ์ ได้ก้าวเข้าในถิ่นของวูดี้ในฐานะของขวัญวันเกิดชิ้นโปรดของแอนดี้ การชิงดีชิงเด่น เพื่อเป็นขวัญใจ ของเจ้านายตัวน้อยจึงเกิดขึ้น และส่งผลให้ทั้งคู่ต้องตกไปอยู่ในบ้านของซิด เด็กชายข้างบ้านผู้รักที่จะทำลายของเล่นเป็นชีวิตจิตใจ และการร่วมมือระหว่างวูดี้กับบัซ เพื่อหลบหนีกลับมานี่เองที่ทำให้พวกเขาตระหนักถึงมิตรแท้ วู้ดดี้ และ บัซ ไลท์เยียร์ ได้พยายามไปให้ทันรถขนส่งให้ได้ คู่หูที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้ทั้งสองต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวายความแตกต่างของแต่ละคนเพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคที่จะทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจาก แอนดี้ เจ้าของพวกเขา กับการผจญภัยสุดป่วน ภารกิจสุดฮา กับเพื่อนพ้องของเล่นอีกมากมาย

ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้

 ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้




                                             

CR:wikipedia.2561.ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้.(ออนไลน์).
สืบค้นวันที่24/มกราคม/2561
https://th.wikipedia.org/wiki/ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้




      ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้ หรือ โมอาน่า (อังกฤษ : Moana) เป็นภาพยนตร์เพลงแอนิเมชั่นสามมิติแนวแฟนตาซีคอมเมดี้และผจญภัย ในปี พ.ศ. 2559 อำนวยการสร้างโดย วอลต์ดิสนีย์แอนิเมชันสตูดิโอส์ จัดจำหน่ายโดยวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส กำกับโดย รอน เคลเมนท์ และจอห์น มัสเคอร์ ช่วยกำกับโดย ดอน ฮอลล์ และ คริส วิลเลียมส์

เนื้อเรื่องย่อ

      หินสีเขียวขนาดเล็กที่เป็นหัวใจลึกลับแห่งการสร้างสรรค์ของเทพเทฟิติ ถูกขโมยโดยมาวอิ มนุษย์ครึ่งเทพซึ่งกำลังวางแผนที่จะมอบเป็นของขวัญให้มนุษย์ ขณะที่มาวอิหนีเขาถูกโจมตีโดยปีศาจลาวา เทคา ทำให้หัวใจของ เทฟิติ และตะขอตกปลาวิเศษของมาวอิ จมหายไปในมหาสมุทร
หนึ่งพันปีต่อมา โมอาน่า ลูกสาวและทายาทของหัวหน้าเกาะเล็กๆที่ชื่อว่า โมทุนุย ในแถบพอลินีเชีย เธอได้รับการคัดเลือกจากท้องทะเลให้เป็นผู้ที่จะนำหัวใจไปคืน แต่พ่อของเธอ ทุอิ มาหาเธอ เขายืนยันว่าเกาะนี้มีทุกอย่างที่ชาวบ้านต้องการ แต่หลายปีต่อมาปลาเริ่มขาดแคลนและพืชผักของเกาะก็เริ่มแห้งแล้ง โมอาน่า เสนอให้ไปไกลกว่าแนวปะการังเพื่อหาปลามากขึ้น ทุอิปฏิเสธคำขอของเธอเนื่องจากการแล่นเรือผ่านแนวปะการังเป็นสิ่งต้องห้ามทาลา คุณย่าของโมอาน่าได้พาโมอาน่าไปยังถ้ำลับที่อยู่หลังน้ำตก ซึ่งเธอได้พบเรือภายในและพบว่าบรรพบุรุษของเธอคือนักแล่นเรือ เป็นนักเดินทางและค้นพบเกาะใหม่ทั่วโลก ทาลาอธิบายว่าพวกเขาหยุดการเดินทางเพราะมาวอิขโมยหัวใจของเทฟิติ ทำให้สัตว์ประหลาดปรากฏตัวในมหาสมุทร จากนั้นทาลากล่าวว่าความมืดของเทคาได้ลุกลามจากเกาะหนึ่งไปสู่อีกเกาะหนึ่งเรื่อยๆ และค่อยๆพรากชีวิตไปทีละช้าๆ ทาลาได้ให้หัวใจแห่งเทฟิติแก่โมอาน่า
ต่อมา ทาลาป่วยหนักและลมหายใจสุดท้ายเธอได้บอกโมอาน่าให้ออกเรือศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในถ้ำนั้นเพื่อตามหามาวอิ ทาลาได้เกิดใหม่เป็นกระเบนราหูและติดตามเธอไปด้วย หลังจากคลื่นไต้ฝุ่นพลิกเรือใบของเธอและซัดเธอจนหมดสติ เธอตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นบนเกาะที่มาวอิอาศัยอยู่ แต่เขาขังโมอาน่าไว้ในถ้ำและใช้เรือของโมอาน่าเพื่อออกตามหาตะขอตกปลาวิเศษของเขา แต่โมอาน่าหนีออกมาได้ตามมาวอิไป โมอาน่าพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจไปกับเธอ แต่มาวอิปฏิเสธเพราะกลัวว่าพลังของหัวใจแห่งเทฟิติจะดึงดูดสิ่งมีชีวิตที่ร้ายกาจโจรสลัดมะพร้าวที่มีชื่อเรียกว่า กากาโมร่า ล้อมรอบเรือและขโมยหัวใจไป แต่มาวอิและโมอาน่า ก็สามารถนำมันกลับคืนมาได้ มาวอิ ตกลงจะช่วยคืนหัวใจแห่งเทฟิติให้ หลังจากที่เขาได้ตะขอตกปลาวิเศษคืน ซึ่งซ่อนอยู่ใน ลาโลทัย ดินแดนลึกลับที่มีแต่สัตว์ประหลาด พวกเขาได้มันมาโดยการหลอกลวงทามาทอ ปูมะพร้าวยักษ์ เมาอิสอนโมอาน่า เกี่ยวกับวิธีการแล่นเรือและนำทางที่ถูกต้อง เมื่อมาถึงเทฟิติและพยายามเข้าไปยังเกาะที่เทฟิติอาศัยอยู่ แต่ถูกเทคาโจมตี พวกเขาถูกโจมตีอย่างรุนแรงและถูกซัดออกมาจากเทฟิติ ตะขอตกปลาวิเศษของมาวอิเสียหาย เขาไม่ต้องการจะเข้าไปอีก และทิ้งโมอาน่าไปด้วยความวิตกกังวล โมอาน่าขอร้องให้ท้องทะเลนำหัวใจของเทฟิติไปและเลือกคนอื่นเพื่อส่งกลับไปยังเทฟิติ วิญญาณของทาลามาหาเธอและให้กำลังใจแก่ให้โมนาเพื่อหาการเรียกตัวตนที่แท้จริงของเธอ แรงบันดาลใจนั้นทำให้โมอาน่า นำหัวใจแห่งเทฟิติกลับคืนมาและกลับไปยังเทฟิติเพียงคนเดียว มาวอิได้เปลี่ยนใจกลับมารบกวนเทคา ปีศาจลาวาและตะขอของเขาถูกทำลายในการต่อสู้นั้น โมอาน่าตระหนักว่าเทคาก็คือเทฟิติที่ไม่มีหัวใจของเทฟิติ โมอาน่า ขอร้องให้ท้องทะเลช่วยเปิดทางให้เทคาเข้าหาเธอ เธอร้องเพลงเพื่อช่วยให้เทคาจำได้ว่าตัวตนที่แท้ของเธอเป็นใคร ซึ่งช่วยให้โมอาน่ สามารถฟื้นฟูจิตใจของเธอได้ เทฟิติเสกเรือแคนูใหม่ให้แก่โมอาน่า และตะขอตกปลาวิเศษอันใหม่แก่ มาวอิ ก่อนที่จะกลับไปเป็นรูปร่างเกาะเทฟิติเหมือนก่อนโมอาน่า ได้อำลา มาวอิ และกลับไปยังเกาะของเธอที่กำลังฟื้นฟูพร้อมกับ เฮย์เฮย์ ต่อมาชาวบ้านและโมอาน่า (ซึ่งกลายเป็นหัวหน้าคนใหม่ของพวกเขา) เริ่มเดินทางท่องเที่ยวและแล่นเรือไปตามเกาะต่างๆตามที่มาวอิ และทาลาได้มาร่วมกันในร่างของเหยี่ยวยักษ์และร่างของปลากระเบนราหูตามลำดับ

อะลาดิน

        





CR:wikipedia.2561.อะลาดิน.(ออนไลน์).
สืบค้นวันที่5/มกราคม/2561
https://th.wikipedia.org/wiki/อะลาดิน


   อะลาดิน (อังกฤษ: Aladdin, อาหรับ: علاء الدين‎ อะลาอัดดีน) เป็นเทพปกรณัมเรื่องหนึ่งในแถบตะวันออกกลาง ว่าด้วยยาจกหนุ่มชาวจีนชื่อ อะลาดิน ซึ่งกลายเป็นราชาเพราะความช่วยเหลือของทาสยักษ์ เรื่องราวนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางขึ้นเมื่ออ็องตวน ก็อลล็อง (Antoine Galland) นักเขียนชาวฝรั่งเศส ประมวลเข้าเป็นนิทานตอนหนึ่งในหนังสือชุด พันหนึ่งราตรี (One Thousand and One Nights) หรือ อาหรับราตรี (The Arabian 

เนื้อเรื่องย่อ

   "อะลาดิน" หรือในภาษาอาหรับว่า "อะลาอัดดีน" (อาหรับ: علاء الدين‎, ʻAlāʼ ad-Dīn) และภาษาจีนว่า "อาลาติง" (จีน: 阿拉丁; พินอิน: Ālādīng) เป็นเด็กหนุ่มในคาร์เธ่ย์ วันหนึ่ง พ่อมดแห่งแคว้นมาเกร็บ (Maghreb) ในแอฟริกา ปลอมตัวเป็นพ่อค้าภูมิฐานมายังบ้านของอะลาดิน อ้างว่า เป็นน้องชายหรือพี่ชายของช่างเสื้อมุสตาฟา (Mustapha) บิดาผู้ล่วงลับแล้วของอะลาดิน แล้วขอให้อะลาดินไปเอาตะเกียงน้ำมันดวงหนึ่งซึ่งอยู่ในถ้ำกล (booby-trapped cave) มาให้ เมื่ออะลาดินเข้าไปในถ้ำแล้วก็ติดอยู่ในนั้น ไม่รู้จะทำเช่นไร ก็ลูบมือตนเองอยู่ พลันยักษ์ซึ่งสิงอยู่ในแหวนที่พ่อมดมอบให้ใส่นั้นก็ผุดออกมาและเสนอตัวเป็นข้ารับใช้ อะลาดินจึงให้ยักษ์พาเขาและตะเกียงออกจากถ้ำกลับไปยังเมืองชี่ตันต่อมาเมื่อมารดาของอะลาดินเช็ดถูตะเกียงที่บุตรชายนำกลับมาด้วยนั้น ยักษ์อีกตนหนึ่งซึ่งสิงสู่อยู่ในตะเกียงและมีพลังอำนาจเหนือกว่ายักษ์ตนแรกก็ปรากฏโฉมและเสนอตัวเป็นข้าช่วงใช้เช่นกัน ด้วยความช่วยเหลือของยักษ์ตนนั้น อะลาดินก็มั่งมีบารมีและทรัพย์สินขึ้นมา เมื่อทราบว่า องค์หญิงบัตเตอร์ฟลาย (Badroulbadour) ราชธิดาของพระเจ้ากรุงจีน กำลังจะสมรสกับบุตรชายของเสนาบดี (vizier) อะลาดินจึงให้ยักษ์ขัดขวางการสมรสนั้น และให้ตนได้สมรสกับองค์หญิงแทน ยักษ์ยังเนรมิตปราสาทราชมนเทียรให้อะลาดินเสียใหญ่โตยิ่งกว่าราชวังพระเจ้ากรุงจีนพ่อมดแห่งแคว้นมาเกร็บ เมื่อทราบว่า อะลาดินออกจากถ้ำไปได้ ทั้งได้เป็นใหญ่เป็นโตเพราะฤทธิ์ตะเกียง จึงกลับมายังกรุงจีน ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่รับแลกตะเกียงเก่าด้วยตะเกียงใหม่ องค์หญิงบัดร์อุลบาดูร์เอาตะเกียงของอะลาดินไปแลกตะเกียงใหม่มา พ่อมดจึงบัญชาให้ยักษ์ในตะเกียงนำปราสาทและทรัพย์สินทั้งหมดของอะลาดิน รวมถึงองค์หญิงผู้ชายา ไปยังแคว้นมาเกร็บ แต่พ่อมดลืมไปว่า อะลาดินยังมีแหวนวิเศษที่ตนเคยให้ไว้อยู่อะลาดินสั่งให้ยักษ์ในแหวนช่วยเหลือ แต่ยักษ์แหวนไม่อาจสู้อำนาจยักษ์ตะเกียง ทำได้แต่เพียงนำพาอะลาดินไปยังแคว้นมักเริบ เมื่อไปถึงแคว้นนั้นแล้ว อะลาดินฆ่าพ่อมดตาย จึงได้กลับครอบครองตะเกียง และให้ยักษ์ในตะเกียงนำปราสาทราชสมบัติและคนรักของตนกลับคืนไปกรุงจีนน้องชายหรือพี่ชายของพ่อมดทราบว่า พ่อมดถูกฆ่าตาย ก็แค้นใจ ปลอมตนเป็นหญิงชรามายังกรุงจีน อ้างว่า สามารถเยียวยารักษาโรคภัยทั้งปวงได้ องค์หญิงบัดร์อุลบาดูร์จึงรับไว้เป็นนางข้าหลวง ยักษ์ตะเกียงเตือนอะลาดินถึงภัยจากนางผู้แปลกปลอมนั้น อะลาดินจึงฆ่านางตาย ทุกคนก็อยู่อย่างสุขสันต์สืบมา ครั้นพระเจ้ากรุงจีนสิ้นพระชนม์แล้ว อะลาดิน ในฐานะราชบุตรเขย จึงได้ครองบัลลังก์ต่อ

วันอังคารที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2561

เงือกน้อยผจญภัย

         
         
CR:wikipedia.2561.เงือกน้อยผจญภัย.(ออนไลน์).
สืบค้นวันที่3/มกราคม/2561
https://th.wikipedia.org/wiki/เงือกน้อยผจญภัย
https://th.wikipedia.org/wiki/เงือกน้อยผจญภัย_ภาค_3_ตอน_กำเนิดแอเรียล


          เงือกน้อยผจญภัย (อังกฤษThe Little Mermaid) เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1989 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคแรกในภาพยนตร์ชุด เงือกน้อยผจญภัย ภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ เงือกน้อยผจญภัย ภาค 2 ตอน วิมานรักใต้สมุทร
          เงือกน้อยผจญภัย ภาค 3 ตอน กำเนิดแอเรียล (อังกฤษThe Little Mermaid: Areil's Beginning) เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2000 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่สามในภาพยนตร์ชุด เงือกน้อยผจญภัย ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง เงือกน้อยผจญภัย ภาค 2 ตอน วิมานรักใต้สมุทร ซึ่งภาพยนตร์ภาคนี้คือการรีบูตภาพยนตร์ภาคแรกขึ้นมาใหม่
เนื้อเรื่อง
 เป็นเรื่องราวของเงือกน้อยอายุ 16 ปี ที่มีชื่อว่า "แอเรียล" เธอคือเจ้าหญิงเงือกน้อยสาวแสนสวย ที่ทะเยอทะยานจะใช้ชีวิตนอกมหาสมุทรที่เธออาศัยอยู่ หลายครั้งที่เธอขัดคำสั่งราชาไตรตันผู้เป็นพ่อ บ่อยครั้งที่เธอท่องมหาสมุทรเพื่อสะสมของใช้ของมนุษย์ ไปกับฟลาวเดอร์ปลาน้อย เพื่อนรัก และบ่อยครั้งเหลือเกินที่เธอแอบขึ้นไปบนผิวน้ำ เพื่อฟังคำแนะนำผิดๆถูกๆของสกัตเติ้ลนกนางนวลจอมเซ่อ ซ่า ด้วยความเป็นห่วงแอเรียล ราชาไตรตันจึงมอบหมายให้ปูสีแดงผู้ชำนาญงานดนตรีชื่อ เซบาสเตียนเป็นผู้ดูแล พฤติกรรมของเธอ ทว่าความใฝ่ฝันของแอเรียลยิ่งดูจะจริงจังมากยิ่งขึ้น เมือเธอได้ช่วยชีวิตเจ้าชายอีริคจากอุบัติเหตุพายุกลางมหาสมุทร และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอได้หลงรักกับมนุษย์ ไม่มีใครรู้เรื่องราวในส่วนนี้ของเธอยกเว้น เออซูล่าแม่มดปลาหมึกอันร้ายกาจแอเรียล เงือกสาวแสนสวยที่เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน กับการผจญภัยพร้อมผองเพื่อนที่แสนน่ารักอย่าง ฟลาวเดอร์ และปูคาริบเบียนที่ชอบร้องเพลงสไตล์เรกเก้อย่าง ซาแบสเชี่ยน แอเรียลต้องอาศัยความมุ่งมั่นอย่างมาก ในการทำให้ความฝันเป็นจริง และยังต้องร่วมมือกับเพื่อนๆ เพื่อช่วยเหลือชีวิตพ่อของเธอที่ถูกแม่มดใจร้าย เออร์ซูล่าจับขังไว้

ซินเดอเรลล่า



CR:wikipedia.2561.ซินเดอเรลล่า(ออนไลน์).
สืบค้นวันที่3/มกราคม/2561
https://th.wikipedia.org/wiki/ซินเดอเรลล่า_(ภาพยนตร์_2015)
https://th.wikipedia.org/wiki/ซินเดอเรลล่า
ซินเดอเรลล่า (อังกฤษCinderellaฝรั่งเศสCendrillon) เป็นเทพนิยายปรัมปราที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทั่วทั้งโลก มีการดัดแปลงเป็นรูปแบบต่าง ๆ มากมายกว่าพันครั้ง[1] เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กสาวกำพร้าผู้หนึ่งที่อยู่ในอุปถัมภ์ของแม่เลี้ยงกับพี่สาวบุญธรรมสองคน แต่ถูกทารุณและใช้งานเยี่ยงทาส ต่อภายหลังจึงได้พบรักกับเจ้าเมืองหรือเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ตำนานซินเดอเรลล่ามีปรากฏในเทพนิยายหรือนิทานพื้นบ้านประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งโลกโดยมีชื่อของตัวเอกแตกต่างกันออกไป ทว่าฉบับที่มีชื่อเสียงที่สุดเป็นของนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ ชาร์ล แปโร ในปี ค.ศ. 1697 ซึ่งอิงมาจากวรรณกรรมของ จิอัมบัตติสตา เบซิล เรื่อง La Gatta Cenerentola ในปี ค.ศ. 1634 ในเรื่องนี้ตัวเอกมีชื่อว่า เอลลา (Ella) แต่แม่เลี้ยงกับพี่สาวใจร้ายของเธอพากันเรียกเธอว่า ซินเดอเรลล่า (Cinderella) อันหมายถึง "เอลลาผู้มอมแมม" ซึ่งกลายเป็นชื่อเรียกเทพนิยายในโครงเรื่องนี้โดยทั่วไป ซินเดอเรลล่า ได้รับการโหวตจากเด็ก ๆ กว่า 1,200 คนจากการสำรวจโดย cinema chain UCI เป็นเทพนิยายยอดนิยมอันดับหนึ่งในดวงใจ เมื่อปี ค.ศ. 2004 ผลสำรวจจากกูเกิล เทรนดส์ เมื่อปี ค.ศ. 2008 ก็พบว่า ซินเดอเรลล่า เป็นเทพนิยายที่ได้รับความนิยมและกล่าวถึงมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต
เรื่องราวของ เอลล่า (ลิลี เจมส์) ลูกสาวพ่อค้าเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ซึ่งหลังจากการตายของแม่เธอ พ่อของเธอก็ได้แต่งงานใหม่กับหญิงม่ายลูกติดนามว่า เลดี้ ทรีเมน (เคต แบลนเชตต์) สตรีหม้าย ภรรยาของเซอร์ฟรานซิส ทรีเมน อดีตหัวหน้าสมาคมการค้าที่เสียชีวิต ด้วยหวังว่าจะมาเป็นแม่ใหม่ เพื่อดูแลลูกสาวคนเดียวของตน แต่หลังจากการตายจากไปของพ่อเอลล่าอีกคน ทำให้ธาตุแท้ของแม่เลี้ยงปรากฏออกมา…เลดี้ ทรีเมน และลูกสาวของเธอ อนาสตาเชีย (ฮอลลิเดย์ เกรนเจอร์) กับ ดริเซลลา (โซฟี แมคชีรา) เข้ามามีอำนาจในการปกครองทรัพย์ของครอบครัวเอลล่าทั้งหมด เอลล่าจำต้องตกอยู่ภายใต้ความอนุเคราะห์ของครอบครัวใหม่ขี้อิจฉาและร้ายกาจนี้ จนสุดท้ายก็ไม่พ้นการเป็นสาวรับใช้ซึ่งรับหน้าที่ดูแลงานบ้านทั้งหมด จนได้ฉายาใหม่จากความเกลียดชังว่า "ซินเดอเรลล่า" หรือ "นางขี้เถ้าเอลล่า" ซึ่งมีที่มาจากเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเถ้าถ่านฟืนจนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากการต้องเผชิญกับความโหดร้ายที่ถาโถมเข้ามาสู่ชีวิตเธอ เอลล่าก็ได้พบกับชายแปลกหน้ารูปงามในป่า ซึ่งเธอเข้าใจเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากในวัง โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว ชายหนุ่มดังกล่าวคือ เจ้าชายชาร์มมิง (ริชาร์ด แมดเดน) บุตรชายของพระราชา ผู้ที่สามารถทำให้เธอได้สมผัสถึงความอ่อนโยนและมีเมตตาอีกครั้งโชคชะตาชีวิตของเอลล่ากำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อพระราชวังได้ประกาศเชิญหญิงสาวทั่วเมืองมาร่วมงานเต้นรำ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงก็เพื่อหาคู่ให้กับเจ้าชาย ทำให้เอลล่ากลับมีความหวังในการที่จะได้เจอกับชายหนุ่มแปลกหน้า ซึ่งเธอไม่รู้ว่าคือเจ้าชาย อีกครั้งแต่แล้ว แม่เลี้ยงใจร้ายของเธอก็ได้ทำลายฝันที่สวยงามลง เมื่อนางสั่งห้ามและฉีกทำลายชุดของเอลล่าจนไม่สามารถไปงานเต้นรำได้ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากนางฟ้าแม่ทูนหัวของเอลล่า ซึ่งปลอมตัวมาเป็นเพียงหญิงขอทานข้างถนน ก็ได้แปลงกายให้เธอกลับมาโดดเด่นในงานเต้นรำนี้ได้ในท้ายที่สุด ด้วยฟักทองและหนูเพียง 2-3 ตัว แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ซินเดอเรลล่าก็รีบหนีไปโดยลืมรองเท้าแก้วเอาไว้ เจ้าชายเก็บรองเท้าไว้ได้จึงประกาศว่าจะทรงแต่งงานกับหญิงสาวที่สวมรองเท้าแก้วนี้ได้เท่านั้นเสนาบดีได้นำรองเท้าแก้วไปตามบ้านต่าง ๆ เพื่อให้หญิงสาวทั่วอาณาจักรได้ลอง จนมาถึงบ้านแม่เลี้ยง เมื่อลูกสาวทั้งสองลองครบแล้ว นางก็โกหกว่าไม่มีหญิงสาวในบ้านอีก พร้อมทำลายรองเท้าแก้วจนแตกละเอียด ทุกคนต่างหมดหวังว่าจะไม่สามารถหาหญิงปริศนาของเจ้าชายพบ แต่สุดท้าย ซินเดอเรลล่าก็หยิบรองเท้าแก้วอีกข้างที่เก็บไว้ขึ้นมาและสวมให้กับเหล่าเสนาได้ดู ทำให้ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และมีความสุขตราบนานเท่านาน

อลิซในแดนมหัศจรรย์



CR:Gotoknow.2561.อลิซในแดนมหัศจรรย์ (ออนไลน์).
สืบค้นวันที่3/มกราคม/2561
https://www.gotoknow.org › ... › รุ่งทิพย์ กล้าหาญ › สมุด › นิทานพัฒนาคน

อลิซในแดนมหัศจรรย์ (อังกฤษAlice in Wonderland) คือภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีในปี ค.ศ. 2010 กำกับโดยทิม เบอร์ตัน เป็นผลงานการประพันธ์บทภาพยนตร์ของลินดา วูลเวอร์ตัน นำแสดงโดย มีอา วาซีโควสกาจอห์นนี เดปป์แอนน์ แฮททาเวย์เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์คริสพิน โกลเวอร์ไมเคิล ชีน และ สตีเฟน ฟราย ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของวรรณกรรมชุด อลิซท่องแดนมหัศจรรย์ และ ธรูเดอะลุกกิงกลาสส์ ซึ่งภาพยนตร์ได้ใช้เทคนิคการตัดต่อผสมระหว่างการแสดงจริงและแอนิเมชันในภาพยนตร์เป็นการดำเนินเรื่องของอลิซในวัย 19 ปีและกลับเข้าไปยังดินแดนใต้พิภพโดยบังเอิญ สถานที่ซึ่งเธอเคยเข้าไปแล้วเมื่อ 13 ปีที่แล้ว เธอกล่าวว่าเธอเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถสยบแจ็บเบอร์ว็อกกี มังกรร้ายที่ควบคุมโดยเรดควีน ทิม เบอร์ตันกล่าวว่าแต่ดั้งเดิมนั้นเรื่องราว ดินแดนมหัศจรรย์ นั้นเกี่ยวกับเด็กหญิงที่เร่ร่อนจากตัวละครหนึ่งสู่ตัวละครหนึ่ง และเขาไม่รู้สึกถึงความต่อเนื่องของอารมณ์เขาเลยต้องการสร้างความรู้สึกเป็นเรื่องราวมากกว่าเป็นลำดับเหตุการณ์ เขาไม่ได้มองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการนำมาสร้างใหม่ อลิซในแดนมหัศจรรย์ ปฐมทัศน์ ณ จัตุรัส Odeon Leicester กรุงลอนดอน ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 และออกฉายในออสเตรเลียในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2010 ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2010 โดยวอลต์ดิสนีย์พิกเจอร์สผ่านระบบ 3 มิติและไอแม็กส์ 3 มิติ และในรูปแบบโรงภาพยนตร์ทั่วไป 

เด็กหญิงอลิซรู้สึกเบื่อหน่ายกับการนั่งเล่นริมน้ำกับพี่สาวเธอเฝ้าดูพี่สาวอ่านหนังสือที่เต็มไปด้วยตัวอักษร ด้วยคำถามในใจว่า  อ่านหนังสือที่ไม่มีรูปภาพจะสนุกได้อย่างไร และเธอก็เผลอหลับโดยฝันเห็นกระต่ายขาวสวมเสื้อกั๊ก  มีนาฬิกาพกวิ่งผ่านเธอ  เธอจึงวิ่งตามและลงไปในโพรงกระต่าย   ที่นี้เธอพบกับสิ่งมหัศจรรย์มากมาย อาทิ  น้ำวิเศษที่ดื่มแล้วตัวสูงหรือเตี้ยได้  เค้กวิเศษกินแล้วร่างกายใหญ่โตหรือหดเล็ก  แม้กระทั่งเธอเอง  ร่างกายการหดเล็กจนแทบจมแอ่งน้ำตาของตนเอง  หรือเห็ดพิเศษที่ทำให้คอยืดยาว อลิซได้พบการแข่งขันวิ่งวุ่นของฝูงนำที่มีนกโดโด้เป็นผู้จัดการแข่งขัน ได้พบหนอนยักษ์สีน้ำเงินที่ชอบสูบควันและอาศัยบนดอกเห็ด  ซึ่งมีท่าทีเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ   ได้เจอองครักษ์กบองค์รักษ์ปลา  และแมวเซสเซียร์ที่ยิ้มได้หรือการร่วมดื่มน้ำชาวิกลจริตกับสามสหายได้แก่  เจ้าหนูดอร์เมาส์   กระต่ายมีนา และช่างทำหมวก  หรือการได้เห็นสนามโครเกต์ของพระราชาและพระราชินีโพแดง  ซึ่งเต็มไปไปด้วยทหารไพ่  ทีต้องพยายามเอาใจพระราชินีเพื่อใม่ป้องกันถูกสั่งตัดหัว   สนามโครเกต์ของพระราชินีมีเม่นเป็นลูกบอล  มีนกฟลามิงโก้เป็นไม้ตีเธอได้เจอเจ้ากริฟฟอนสัตว์เลี้ยงของพระราชินี  ได้รับฟังโรงเรียนของเต่า จากเต่าประหลาดซึ่งมีลักษณะพิเศษกว่าโรงเรียนที่อลิสเคยเจอได้เห็นการเต้นระบำกุ้งล็อบเตอร์ และการที่อลิสได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีใครขโมยทาร์ตไป   ในที่สุดอลิซก็ตื่นจากฝัน  และบอกเล่าความฝันที่แสนมหัศจรรย์ให้พี่สาวฟันต่อมา อลิซในแดนมหัศจรรย์   ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แฟนตาซีและนำออกฉายในปี 2553 ซึ่งเป็นเรื่องราวของอลิส คิงเลอร์ สาวน้อยวัย 19 ที่กำลังคิดถึงอนาคตของเธอ การเป็นคนคิดต่างคนอื่นทำให้เธอโดดเดี่ยวเมื่อตกอยู่ภายใต้สายตาของเหล่าหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่มีจิตใจคับแคบแห่งกรุงลอนดอนในยุควิคตอเรีย  อลิซ คิงส์ลีย์ รู้สึกสับสนวิธีการที่จะสร้างสมดุลระหว่างความฝันของเธอกับความคาดหวังของคนรอบข้างหลังจากการสูญเสียบิดาผู้เป็นที่รัก เธอไปร่วมงานปาร์ตี้ในสวน กับแม่และพี่สาวโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามันถูกวางแผนให้เป็นปาร์ตี้งานหมั้นของเธอ และในขณะที่ ฮามิชแอสคอตผู้เย่อหยิ่งกำลังขอเธอแต่งงาน  อลิซได้เหลือบไปเห็นกระต่ายสีขาวใส่เสื้อโค๊ตตัวสั้นกับนาฬิกาพกวิ่งข้ามสนามไป  เธอจึงวิ่งตามเจ้าขนปุยตัวขาวลงไปในโพรงกระต่ายสู่ดินแดน อันเดอร์แลนด์ ที่เธอเคยมาเยือนเมื่อครั้งยังเด็กแต่ความทรงจำเกี่ยวกับดินแดนและผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ของเธอได้เลือนหายไปนานแล้วอย่างไรก็ตามเธอได้กลับมาพบกับเพื่อนวัยเด็กของเธอ ไม่ว่าจะเป็นกระต่ายขาวไวท์แรบบิทซึ่งทำหน้าที่ตามหาและนำพาอลิซมายังอันเอดร์แลนด์   แฝดยักษ์อ้วนจอมป่วน ทวีเดิลดี กับ ทวีเดิลดัม   เดอร์เม้าส์ หนูตัวจิ๋ว  การที่อลิซจำอันเดอร์แลนด์ไม่ได้  ทำให้ทั้งหมดคิดว่า เธอไม่ใช่อลิซตัวจริง   จึงพาเธอไปหาหนอนผีเสื้อแอ๊บโซเลมแอ๊บโซเลม เป็นหนอนผีเสื้อสีน้ำเงินอาศัยบนเดอกเห็ดในป่าเห็ดที่ปกคลุมด้วยหมอกควันเป็นผู้รอบรู้และผู้พิทักษ์ "ออราคูลัม"  เอกสารเก่าแก่ที่บันทึกทุกเหตุการณ์สำคัญทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในประวัติศาสตร์ของอันเดอร์แลนด์    กระต่ายขาวและทวีเดิลทั้งสองได้พาอลิซมาพบกับแอ๊บโซเลเพื่อที่จะให้ดูว่าเป็นอลิซตัวจริงเสียงจริงที่เคยมาเยือนดินแดนแห่งนี้เมื่อครั้งยังเด็กแอ๊บโซเลมบอกว่า  อลิซถูกชะตากำหนดให้มาช่วยอันเดอร์แลนด์   แต่อลิซก็ปฏิเสธขณะนั้นเองทหารของราชินีแดงก็ปรากฏตัวขึ้น  จับกระต่ายขาวและแฝดยักษ์  ในขณะที่อลิซและเดอร์เม้าส์สามารถหนีไปได้  ระหว่างทางอลิซได้พบกับเวสเชียร์ แมววิเศษที่พาเธอไปพบกับแมดแฮทเทอร์ ช่างทำหมวกผู้ภักดีกับราชินีขาวและกระต่ายมีนา  ซึ่งทั้งสองหลุดรอดจากการจับกุมของราชินีแดงแมดแฮทเทอร์เชื่อว่า  อลิสคือตัวจริงที่เคยมาเยือนวันเดอร์แลนด์ในวัยเด็ก   จึงเล่าว่า ราชินีแดงได้แย่งชิงบังลังค์จากราชินีขาว และปกครองทุกคนด้วยความกลัว ดังนั้นจะต้องกอบกู้บัลลังค์และช่วยวันเดอร์แลนด์ให้เป็นอิสระ   โดยอลิซจะเป็นอัศวินในวันศึกมหัศจรรย์   อลิซไม่เชื่อว่า  จะเป็นตนเอง แมดแฮทเทอร์จึงถามว่า  ความเป็นอลิสในวัยเด็กหายไปไหน   ขณะนั้นราชินีแดงทราบข่าวว่า  อลิสมาถึงอันเดอร์แลนด์จึงส่งทหารมาจับ   แต่แมดแฮทเทอร์ก็ช่วยเหลือพาอลิสหนี  จนกระทั่งตนเองถูกจับ อลิซจึงตัดสินใจช่วยเหลือแมดแฮทเทอร์  โดยการปลอมตัวเข้าไปอยู่ในวังราชินีแดงในนามอัม   ราชินีแดงที่อลิสพบคือ   คนที่มีหัวที่โตผิดขนาดและอารมณ์อันฉุนเฉียว ชอบสั่งให้ตัวหัวคนเป็นว่าเล่น ทำให้เหยื่อของเธอต่างหวั่นกลัวเธอเป็นอย่างมาก  ราชินีแดงเป็นพี่สาวของราชินีขาว...ต่อมาเมื่อเจอแมดแฮทเทอร์จึงวางแผนค้นหาดาบศักดิ์สิทธิ์ของราชินีขาวเพื่อปราบสัตว์ร้ายที่ราชินีแดงใช้ข่มขู่คนให้หวาดกลัว ต่อมาอลิสค้นหาดาบเจอพร้อมกับราชินีแดงทราบว่า  เธอคืออลิส  จึงสั่งทหารจับตัวแต่แมดแฮทเทอร์ก็ขัดขวาง  บอกให้เธอรีบหนีไปหาราชินีขาวราชินีแดงโกรธมากสั่งประหารชีวิตแมดแฮทเทอร์   โชคดีที่แมววิเศษเซสเชียร์มาช่วยไว้   แมดแฮทเทอร์ จึงประกาศเชิญชวนให้ทุกคนต่อต้านราชินีแดง  ปรากฏว่า มีคนออกมาร่วมต่อต้านราชินีแดงโกรธมาก  จึงสั่งทหารจับและประกาศสงครามกับราชินีขาว   เมื่ออลิสพบราชินีขาวผู้อ่อนหวาน  เธอมอบดาบให้ราชินีขาว  แต่ราชินีขาวกลับให้ดาบนั้นแก่เธอพร้อมทั้งบอกว่าเธอจะเป็นผู้ใช้มันปราบเจ้ากริฟฟอนสัตว์ร้ายของราชินีแดงในวันศึกมหัศจรรย์   แต่อลิสก็ปฏิเสธเพราะเธอคิดว่า  คนปราบสัตว์ร้ายไม่ใช่เธอ   เมื่อกองทัพราชินีแดงมาประชันถึงเมืองทุกคนรอคำตอบจากอลิส  เธอได้ปรึกษากับแอบโซเล็ม  และแอ๊บโซเลมได้ท้าทายอลิซให้เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อที่จะได้เข้าใจตัวเอง และเพื่อตอบคำถามว่า "เธอคือใคร?"ในที่สุดอลิสก็ตัดสินใจสู้กับสัตว์ร้ายและสามารถเอาชนะได้ที่สุด  ราชินีขาวขึ้นปกครองอันเดอร์แลนด์  ราชินีแดงพร้อมทหารคู่ใจถูกเนรเทศ  อลิสจึงกลับจากอันเดอร์แลนด์โดยสัญญากับเพื่อนๆ ว่าจะไม่ลืมอันเดอร์แลนด์ ราชินีขาวจึงส่งอลิสกลับสู่ข้างบนในโลกความจริงเมื่ออลิสออกจากโพรงไม้  สู่โลกความจริง ซึ่งฮามิช แอสคอต   กำลังรอคำตอบการตกลงแต่งงานจากเธออยู่อลิสตอบปฏิเสธการแต่งงานและบอกกลับแม่และพี่สาวว่า  เธอจะยังไม่แต่งงาน  แต่จะหางานทำ เพื่อดูแลตนเอง    พ่อของฮามิช แอสคอต  จึงบอกว่า เมื่อเธอไม่อยากเป็นลูกสะใภ้ก็สามารถมาทำงานด้วย อลิสดีใจมากตอบตกลงทำงานพร้อมทั้งเสนอแผนการค้ากับต่างประเทศและตัดสินใจเดินทางไปค้าขายต่างประเทศภาพยนตร์เรื่องอลิสในดินแดนมหัศจรรย์  มิใช่เพียงความตื่นตาในจินตนาการเท่านั้น  หากแต่เป็นความฝันและความกล้าของเด็กสาวคนหนึ่งในการตัดสินใจและเผชิญปัญหา  การที่ อลิซลังเลที่จะตัดสินใจในการแต่งงานทั้งที่เธอไม่อยากแต่ง  แต่ก็หาทางออกไม่ได้เพราะสภาพสังคมที่เชื่อว่า  ชายเป็นผู้มีอำนาจ  หากได้แต่งงานกับชายที่ดีมีความพร้อมก็เสมือนกับมีฉัตรแก้วเจ็ดชั้นกั้นภัย   หากไม่ได้แต่งงานก็จะขึ้นคานให้คนดูแคลน ต่อมาเมื่อเธอกลับเข้ามาอยู่ในอันเดอร์แลนด์จึงเข้าใจว่า  ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง เพื่อเชื่อมั่นในพลังอำนาจแห่งตน   อนึ่งหนังเรื่องนี้  ยังบอกว่า  คนเราย่อมมีคุณสมบัติความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ในตัว และทุกคนล้วนมีความฝัน   หากแต่จะจัดการกับความฝันและความจริงอย่างไร   การที่อลิสลงไปในโพรงในหลุมเพื่อสู่อันเดอร์แลนด์  เปรียบได้ดั่งการที่อลิสเกิดการสำรวจจิตไร้สำนึก หรือเบื้องลึกของจิตใจที่ไม่สามารถรับรู้ได้ในยามปกติ
   การที่เธอหลบหนีจากโลกของจิตสำนึกหรือโลกความจริง  เพื่อเข้ามาพักชั่วคราวในโลกแห่งความฝันความหวังเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อแก้ปัญหาที่เธอกำลังเผชิญ   โดยเธอต้องตอบคำถามว่า "เธอคืออลิซคนนั้นหรือเปล่า" หรือ
"เธอคือคนเดียวกับหนูน้อยอลิซที่เคยมาเยือนแดนมหัศจรรย์เมื่อ 13 ปีที่แล้วรึเปล่า" อาจตีความได้ว่า ชาวอันเดอร์แลนด์กำลังตั้งคำถามให้เธอหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่า"เธอกำลังทำในสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ หรือเปล่า"
       ย้อนมองเราเองในวันนี้ วันที่เราเติบโตจากวัยเด็กที่เต็มด้วยจินตนาการ สู่โลกของผู้ใหญ่ที่เต็มด้วยภาระรับผิดชอบและความคาดหวังตามบทบาทที่ดำรงอยู่    ในโลกความจริงที่เราใช้ชีวิตประจำวัน อาจทำให้ความฝันเราหล่นหายมากน้อยต่างกันไป  บางทีเราอาจต้องกลับสู่โพรงกระต่ายเพื่อสู่อันเดอร์แลนด์เพื่อหาคำตอบว่า  ชีวิตคืออะไร  

    มาเลฟิเซนต์



    CR:wikipecia.2561.มาเลฟิเซนต์.(ออนไลน์). 
    สืบค้นวันที่3/มกราคม/2561
    https://th.wikipedia.org/wiki/มาเลฟิเซนต์

    มาเลฟิเซนต์ 
    (อังกฤษMaleficent) เป็นตัวละครฝ่ายร้ายจากภาพยนตร์เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty) ของวอลต์ดิสนีย์เมื่อปี 1959 นางประกาศตนเป็น "ประมุขแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง" และเมื่อมิได้รับเชิญไปพระราชพิธีสมโภชเดือนเจ้าหญิงออโรรา (Aurora) พระราชธิดาพระเจ้าสเตฟาน (Stephan) นางก็สาปให้พระกุมารีถูกเข็มปั่นฝ้ายตำพระดัชนีและสิ้นพระชนม์ก่อนตะวันลับฟ้าในวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหก ตัวละครตัวนี้ดัดแปลงมาจากเทพธิดาใจร้าย (wicked fairy godmother) ในนิทานฝรั่งเศสเรื่อง สาวงามนิทราในป่าไพร (La Belle au bois dormant)มาเลฟิเซนต์ได้ชื่อว่า เป็น "ตัวร้ายตัวหนึ่งในการ์ตูนดิสนีย์ที่ชั่วช้าที่สุด"[1] และในการจัดอันดับตัวร้ายดิสนีย์สามสิบตัวของเว็บไซต์อัลทิเมตดิสนีย์(Ultimate Disney) มาเลฟิเซนต์ก็อยู่ที่หนึ่ง[2] นอกจากภาพยนตร์ข้างต้นแล้ว มาเลฟิเซนต์ยังเป็นตัวละครหลักในเกม คิงดอมฮาตส์ (Kingdom Hearts) ด้วย
    ในภาพยนตร์เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา มาเลฟิเซนต์ ปรากฏกายครั้งแรกโดยใช้อำนาจเหนือธรรมชาติบันดาลให้เกิดลมพายุใหญ่พัดเข้ามาท่ามกลางท้องพระโรงพระราชวังพระเจ้าสเตฟานขณะประกอบพระราชพิธีสมโภชเดือนเจ้าหญิงออโรรา ตามด้วยอสนีบาตฟาดเข้ามาหน้าพระที่นั่ง เกิดเป็นเปลวเพลิงสีเขียว แล้วนางก็แสดงตัว เมื่อมาแล้วนางก็มีกิริยานอบน้อมต่อพระเจ้าแผ่นดิน แต่กล่าววาจากระทบกระเทียบซึ่งแสดงให้เห็นว่า นางโกรธมากที่ไม่ได้รับเชิญมาในพระราชพิธีนี้เหมือนนางฟ้าองค์อื่น ๆ ครั้นแล้ว นางทูลถามพระเจ้าแผ่นดินถึงเหตุผลที่ไม่ทรงเชิญนางมา นางฟ้าเมร์รีเวทเทอร์ (Merryweather) ก็สอดขึ้นว่า เพราะ "ไม่มีใครต้องการหล่อน" นางจึงแก้เกี้ยวว่า คงเป็นเพียงการเผลอมองข้ามนางไป พระราชินีจึงตรัสขอให้นางอย่าได้ถือโทษ นางก็ทูลตอบว่า เพื่อแสดงว่า นางมิได้โกรธเกรี้ยวเลย นางจะอำนวยพรให้แก่พระกุมารี แล้วนางก็ประกาศว่า เจ้าหญิงออโรราจะเจริญพระชนม์ขึ้นเป็นสตรีผู้พร้อมทั้งความดีและความงาม เป็นที่รักของคนทั้งปวงผู้ได้พบ แต่ก่อนตะวันยอแสงในวันเฉลิมพระชนม์สิบหกชันษา เจ้าหญิงจะถูกเข็มปั่นฝ้ายตำพระดัชนีและสิ้นพระชนม์ แล้วมาเลฟิเซนต์ก็อันตรธานไป เมร์รีเวทเทอร์ที่ยังมิได้ประทานพรให้แก่พระกุมารีจึงบรรเทาคำสาปของมาเลฟิเซนต์เป็นว่า เจ้าหญิงออโรราจะเพียงบรรทมไป และจะเสด็จจากบรรทมก็ต่อเมื่อทรงได้รับการจุมพิตด้วยรักแท้นางฟ้าสามองค์ คือ ฟลอรา (Flora), ฟอนา (Fauna) และเมร์รีเวทเทอร์ ช่วยกันซ่อนพระราชธิดาเอาไว้จนกว่าจะพ้นวันเฉลิมพระชนม์สิบหกชันษา ขณะเดียวกัน มาเลฟิเซนต์สั่งให้ยักษ์มารซึ่งเป็นสมุนของนางช่วยกันตามหาพระราชธิดามาตลอดแต่ก็ไร้ผล นางจึงมอบหมายให้ดีอาโบล (Diablo) นกกาของนาง ออกล่าพระราชธิดา และดีอาโบลก็ได้พบ มาเลฟิเซนต์จึงมาหาพระราชธิดาในเย็นวันเฉลิมพระชนม์สิบหกชันษานั้นเอง และล่อลวงให้ทรงถูกเข็มปั่นฝ้ายทิ่มพระดัชนีสลบไปในหอคอยเปลี่ยวเพื่อให้เป็นที่มั่นใจว่า จะไม่มีผู้ใดมาปลุกพระราชธิดาตามคำของเมร์รีเวทเทอร์ มาเลฟิเซนต์จึงจับเจ้าชายฟิลลิป (Phillip) รักแท้ของพระราชธิดา ไปขังไว้ในบรรพตต้องห้าม (Forbidden Mountains) อันเป็นที่พำนักของนาง แต่นางฟ้าทั้งสามมาช่วยเจ้าชายออกจากที่คุมขังได้ ความทราบถึงมาเลฟิเซนต์ นางจึงพยายามขัดขวางมิให้เจ้าชายไปถึงปราสาทที่พระราชธิดาบรรทมอยู่ โดยบันดาลให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ เช่น สายฟ้า และป่าหนาม แต่ก็ไม่เป็นผล นางจึงเหาะมาขวางหน้าเจ้าชายไว้ และกล่าวว่า จะต่อกรกับเขาด้วย "อำนาจแห่งอเวจี" (all the powers of Hell) แล้วจำแลงกายเป็นมังกรมหึมาเข้าประจันหน้ากับเจ้าชาย ขณะที่เจ้าชายกำลังเพลี่ยงพล้ำและใกล้ถึงความตายนั้นเอง นางฟ้าทั้งสามรวมอำนาจแห่งความดีเสกเป่ากระบี่ของเจ้าชายให้มีฤทธิ์ แล้วเจ้าชายโยนกระบี่นั้นไปปักหัวใจมังกร มังกรหมายจะกระโดดเข้ากัดกินเจ้าชายด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย แต่ก็ตกลงจากที่ยืนลงสู่หุบเหวเบื้องล่างถึงแก่ความตาย เห็นแต่กระบี่กายสิทธิ์ปักเสื้อคลุมของมาเลฟิเซนต์ตรึงไว้กับพื้นเบื้องล่าง แล้วกระบี่นั้นกลายเป็นสนิมไป